วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568

วังเต่าโบราณ วัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง: แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศูนย์รวมความศรัทธาของ 6 หมู่บ้านในอำเภอชุมพลบุรี

วังเต่าโบราณ วัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง: แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศูนย์รวมความศรัทธาของ 6 หมู่บ้านในอำเภอชุมพลบุรี

สุรินทร์ – "วังเต่าโบราณ วัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง" ตั้งอยู่ในอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวบ้านจาก 6 หมู่บ้านในพื้นที่ ความโดดเด่นของที่นี่คือบ่อเต่าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเต่านานาชนิด โดยเฉพาะเต่าพันปีที่ชาวบ้านเคารพบูชา เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนวัดแจ้งศรีโพธิ์ทองไม่เพียงแต่ได้สักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด แต่ยังสามารถร่วมกิจกรรมให้อาหารเต่าด้วยผักบุ้ง ซึ่งเป็นอาหารโปรดของพวกมัน เต่าที่นี่มีขนาดใหญ่และมีจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศร่มรื่นและเป็นที่สนใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่


ด้วยความเชื่อและความศรัทธาของชุมชนที่มีต่อเต่าพันปี ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของผู้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมต่างประทับใจในความสงบและความเป็นธรรมชาติของวังเต่าโบราณ หลายคนกล่าวว่าเมื่อได้มาเยือนที่นี่แล้ว มักจะอยากกลับมาอีกครั้ง


สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศวัฒนธรรมพื้นบ้าน และร่วมทำบุญให้อาหารเต่า วังเต่าโบราณ วัดแจ้งศรีโพธิ์ทอง ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์

ทะเลสาบทุ่งกุลา ตั้งอยู่ในตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากโครงการแก้มลิงอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่

 
ทะเลสาบทุ่งกุลา ตั้งอยู่ในตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากโครงการแก้มลิงอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน เพื่อใช้ในการเกษตร พื้นที่ของทะเลสาบครอบคลุมประมาณ 750 ไร่

บริเวณรอบทะเลสาบมีความอุดมสมบูรณ์และสวยงาม น้ำในทะเลสาบมีสีฟ้าใสคล้ายกับน้ำทะเล ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนและสนุกกับกิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมที่มีให้บริการ ได้แก่ การเล่นบานาน่าโบ๊ท นั่งแพ เล่นน้ำ และปั่นเรือถีบ นอกจากนี้ ยังมีแพร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับประทานอาหารกลางน้ำได้อย่างสบายใจ


ทะเลสาบทุ่งกุลาไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เคยแห้งแล้ง ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อการเกษตรกรรมของชุมชนโดยรอบสำหรับผู้ที่สนใจเยี่ยมชมทะเลสาบทุ่งกุลา สามารถเดินทางมาได้โดยใช้ถนนหมายเลข 214 ผ่านอำเภอจอมพระและอำเภอท่าตูม จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกหน่วยบริการตำรวจทางหลวงอำเภอท่าตูม เข้าสู่ถนนหมายเลข 2018 จนถึงแยกวัดทุ่งสว่างวราราม แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 214 จะพบป้ายบอกทางไปยังทะเลสาบทุ่งกุลา


ทะเลสาบทุ่งกุลาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก "ทะเลสาบทุ่งกุลา บ้านโพนม่วง - ม่วงสวรรค์ ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จสุรินทร์"

พายุถล่มบุรีรัมย์! ลูกเห็บตกหนักครั้งแรกในรอบ 10 ปี บ้านเรือนเสียหายยับ

 พายุถล่มบุรีรัมย์! ลูกเห็บตกหนักครั้งแรกในรอบ 10 ปี บ้านเรือนเสียหายยับ(บุรีรัมย์) – วันที่ 15 มีนาคม 2568 พายุฤดูร้อนรุนแรงพัดถล่มพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลโคกเหล็ก อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมี ลูกเห็บตกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน



ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า พายุมาพร้อมลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และลูกเห็บขนาดใหญ่ บางลูกเท่ากับเหรียญห้าบาท ทำให้หลังคาบ้านหลายหลังปลิวหาย ต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้า ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในหลายจุด บางครอบครัวต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีออกจากบ้าน เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง



นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า "เกิดมาไม่เคยเจอพายุแรงขนาดนี้มาก่อน ลมแรงจนหลังคาปลิวไปทั้งแถบ ลูกเห็บตกหนักมาก น่ากลัวจริงๆ"



ขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ เร่งเข้าตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีการจัดเตรียมที่พักชั่วคราวและถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน



สำหรับประชาชนในพื้นที่อื่นของจังหวัดบุรีรัมย์ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับพายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้นอีก

ในระยะนี้


วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568

สลด! หญิงวัย 35 ปี ลงลำน้ำมูลงมหอย พลาดจมน้ำเสียชีวิต

 สลด! หญิงวัย 35 ปี ลงลำน้ำมูลงมหอย พลาดจมน้ำเสียชีวิตรตอ ธนเดช ไลไธสง พนักงานสอบสวน สภ ชุมพลบุรีรับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำทรุดลงพื้นที่ตรวจสอผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 4มีนาคม2568เวลาประมาณ 21.00 นเกิดเหตุสลดที่ลำน้ำมูล หญิงวัย 35 ปีทราบชื่อนางอมรรัตลงสุขบ้านเลขที่ 179 หมู่ 1 บ้านสำโรงตำบลศรีณรงค์อำเภอชุมพลบุรีจังหวัด




สุรินทร์ ลงไปงมหอยบริเวณริมฝั่ง แต่เกิดพลาดจมน้ำเสียชีวิตจากการสอบถามสามีของผู้ตายนายพานหลงสุอายุ 49 ปีได้เล่าให้ฟังว่ากอดเกินเหตุเมียเคยบ่นว่าเวียนหน้าหน้ามืดตลอดได้ไปหาหมอก่อนที่จะเสียชีวิตประมาณ 1 อาทิตย์วันที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านเพราะต้องออกไปทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวตามปกติพอทราบข่าวจนตกใจมากแทบช็อครู้อีกทีว่า


ภรรยาที่มางมหอยที่ลำน้ำมูลเสียชีวิตแล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 35 ปี ได้ลงไปงมหอยบริเวณริมฝั่งของลำน้ำมูล ขณะกำลังงมหอยอยู่นั้น คาดว่าอาจเกิดอาการเป็นตะคริว ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และจมหายไปในน้ำชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นพยายามช่วยกันค้นหา และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ หลังจากใช้เวลาค้นหานานกว่าหนึ่ง


ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงพบร่างของผู้เสียชีวิต และนำขึ้นมาจากน้ำเสียงจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่:ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้เสียชีวิตมักลงมางมหอยบริเวณนี้เป็นประจำ แต่วันนี้น้ำอาจไหลแรงกว่าปกติ หรืออาจเกิดอาการตะคริวกะทันหันทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมในแหล่งน้ำ จุดที่เกิดเหตุอาจมีน้ำลึกเป็นบางจุดทำให้เป็นตะคริว# ชุมพลบุรีทันข่าว

เสน่ห์สตึก! มหาสงกรานต์สุดคึกคัก ชุ่มฉ่ำทั่วเมือง สนุกยาวถึงเที่ยงคืน

 เสน่ห์สตึก! มหาสงกรานต์สุดคึกคัก ชุ่มฉ่ำทั่วเมือง สนุกยาวถึงเที่ยงคืนบรรยากาศมหาสงกรานต์ประจำปีของอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ ...